ชมรมพระเครื่อง 9802 club. - page 11 - 98-02 Talk - Accord9802Club
MSD Blaster SS Coil อะไหล่งูเห่ามือสอง ไดชาร์จ,คอมแอร์,กระจกมองข้าง,ไอดี,ฝาวาล์ว

ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.  (อ่าน 82514 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ chettsongpra

  • Honda 125 CC.
  • *
  • กระทู้: 28
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 50.0.2661.102 Chrome 50.0.2661.102
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #200 เมื่อ: 01 มิ.ย. 2016, 16:58:17 »
+++พระผงวัดปากน้ำรุ่น4 พิมพ์สี่เหลี่ยม ปี14(องค์10)พิมพ์หน้านาง ซ่อมด้านข้างไม่โดนองค์พระ

ปีที่จัดสร้าง :
- เริ่มสร้างตั้งแต่ ปี 2514 เป็นต้นมา เริ่มนำออกบูชา 23 ต.ค. 2515 และจำหน่ายหมด 2527

วัตถุประสงค์ :
- หลังจากรุ่น 3 ได้จำหน่ายหมด ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความต้องการเป็นจำนวนมากและเรียกร้องให้ทางวัดจัดสร้างเพิ่ม ทางวัดจึงได้จัดสร้างรุ่น 4 ขึ้น

จำนวน :
- 800,000 องค์

แม่พิมพ์ :
- พิมพ์สี่เหลี่ยม 2 พิมพ์
- พิมพ์สามเหลี่ยม 2 พิมพ์
- พิมพ์พระคะแนน จะพิเศษกว่าคือ มีผสมเส้นเกศาของหลวงพ่อเอาไว้ และด้านหลังทุกองค์จะตอกตัว " ภ " ( ภ = พระครูภาวนาภิรม )
( จำหน่ายที่วัด พิมพ์คะแนน 100บาท, พิมพ์ธรรมดา 20บาท )
-ด้านหลังอักขระขอม อ่านว่า ธรรมขันธ์

เนื้อที่พบส่วนใหญ่ :
-สีขาว : สีขาวนวล ไม่ใช่ขาวซีด, สีขาวอมเหลือง
-สีเหลือง : สีเหลืองอ่อน, สีเหลืองเข้ม มีลักษณะเหลืองใสคล้ายเนื้อเทียน (นิยม)
-สีคล้ำหม่น : สีดำๆ หรือ น้ำตาลปีกแก่ๆ (พบไม่มาก)
-เกล็ดสีขาว : ทั่วไปเรียก "เนื้อสังขยา" ลักษณะพระจะขึ้นเป็นเกล็ดขาวๆ สีของเนื้อพระด้านในเป็นสีเหลืองก็มี สีคล้ำๆ ดำๆ คล้ายสีน้ำตาลปีกก็มี หากสังเกตให้ดีจะพบว่ามีจำนวนอัญมณีผสมรวมอยู่มาเป็นพิเศษ

ออฟไลน์ chettsongpra

  • Honda 125 CC.
  • *
  • กระทู้: 28
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 50.0.2661.102 Chrome 50.0.2661.102
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #201 เมื่อ: 01 มิ.ย. 2016, 17:02:08 »
+++พระกริ่งหลวงพ่อโสธร พิมพ์หน้ากลาง เนื้อทองเหลือง(องค์1) ปี2500 สภาพใช้สวย

ประวัติ หลวงพ่อโสธรวัดโสธรวรารามวรวิหาร (วัดหลวงพ่อโสธร)
อัน บุญบารมีอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ใครๆ จะปฏิเสธไม่ได้เลย และจะแข่งขันให้เท่าเทียมกันนั้นก็ได้ยาก จะมีบ้างก็บางสถานที่ บางท่านบางคนทั้งยังเป็นสิ่งที่เหนือเหตุผลของการพิสูจน์ ดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า สิ่งมหัศจรรย์นั้นเป็นอจินตัยไม่ควรคิดค้นหาเหตุผล ความศักดิ์สิทธิ์อภินิหารจะดลบันดาลให้เกิดมีเฉพาะผู้มีบุญวาสนา และผู้เลื่อมใสศรัทธาเชื่อมั่นเท่านั้น หลวงพ่อโสธรองค์ หนึ่งที่ทรงอานุภาพศักดิ์สิทธิ์มีอภินิหารเป็นพระพุทธรูปที่ทรงอานุภาพ ศักดิ์สิทธิ์ เป็นมิ่งขวัญของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นที่รู้จักเคารพบูชาของประชาชนทั้งหลาย หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้างประมาณ 1 ศอกเศษ ปรางค์ขัดสมาธิเพชร แต่ได้เสริมแต่งขึ้นจากเดิมโดยพอกปูนลงลักปิดทองให้เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 3ศอก 5 นิ้ว พระเนตรเนื้อเลียนแบบพระสมัยลานช้าง หรือเรียกกันสามัญว่า “พระลาว” ซึ่งพระชนิดนี้มีชื่อว่าวัดหงษ์
โดยที่วัดนี้มีเสาใหญ่ มีหงษ์เป็นเครื่องหมายติดอยู่กับยอดเสา วัดนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงด้านทิศตะวันตก สถานที่ตั้งวัดแต่ดั้งเดิมนั้น เวลานี้ถูกน้ำเซาะพังเป็นแม่น้ำไปหมดแล้ว วัดนี้ใครเป็นผู้สร้างและสร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏ แต่ได้ความว่าเป็นวัดเก่าแก่สร้างมานานแล้ว ต้นเหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่า โสทรหรือ โสธร นั้นเล่ากันว่ากาลต่อมาหงษ์ใหญ่ที่ติดอยู่บนยอดเสานั้น พลัดตกลงมาหักทำลายคงเหลือแต่เสา จึงได้เอาผ้าผืนใหญ่ทำเป็นธงขึ้นไปแขวนไว้บนยอดเสาแทนหงษ์ประชาชนก็เลยเรียก ชื่อตามนิมิตเครื่องหมายนั้นว่า วัดเสาธง นานมาเสาธงนี้ได้ถูกลมพายุพัดหักโค่นลงมาเป็น 2 ท่อน ชาวบ้านก็เลยถือเอานิมิตที่เสาธงหักเป็นท่อนนั้นตั้งเป็นชื่อวัดว่า “วัดเสาทอน” อยู่สิ้นกาลช้านาน จวบจนถึงสมัยที่มีพระพุทธรูป 3 องค์ พี่น้องล่องลอยน้ำมาจากเหนือ และในจำนวนพระพุทธรูป 3 องค์ นั้นได้อาราธนาอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ 1 องค์ คือ หลวงพ่อโสธร และปรางหลังครั้งหลังก่อนหลวงพ่อโสธรจะมีชื่อเรียกมาอย่างไรไม่มีใครทราบ
เมื่อได้หลวงพ่อมาไว้สักการะบูชาแล้ว ก็ได้มีท่านผู้รู้ออกความเห็นว่า วัดนี้ยังเรียกชื่อวัดกันไม่แน่นอน จึงพร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ว่า “วัดโสทร” อันหมายความว่า วัดพระ 3 องค์ พี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน เมื่อเปลี่ยนเป็นชื่อวัดโสทรแล้ว หมู่บ้านและคลองที่ขึ้นอยู่กับวัดนี้ก็ได้นามเปลี่ยนตามวัดไปด้วย เดิมทีเดียววัดนี้ใช้ตัวหนังสือเขียนว่า “โสทร” ไม่ได้เขียนว่า “โสธร” ดังปัจจุบันนี้ แต่เนื่องด้วยพระพุทธรูปที่ได้มาคือหลวงพ่อโสธรนั้น มีอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏ และรูปทรงท่านสวยงามมาก จึงได้เขียนและชื่อวัดว่า “วัดโสธร” ซึ่งมีความหมายว่า “พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์” มาจนทุกวันนี้
คำว่า “โสธร” นี้มีพระอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็นว่า เป็นนามที่ศักดิ์สิทธิ์ (โส) เป็นอักขระสำเร็จรูป ป้องกันทุกข์โศกโรคภัยได้ทั้งปวง (ธ) นั้นเป็นพยัญชนะอำนาจ มีตบะเดชานุภาพ (ร) เป็นอักษรมหานิยมเป็นที่ชื่นชมของเทวดาและมนุษย์
เมื่อ พ.ศ.2458 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสพระสังฆราชเสด็จมาตรวจการคณะสงฆ์ที่วัดโสธร ทรงสันนิษฐานว่า ผู้ที่ให้ชื่อวัดนี้ไม่ใช่คนที่ไม่รู้ เพราะเป็นนามที่ไพเราะทั้งแปลก็ได้ใจความดังนี้ หลวงพ่อโสธรมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรนานเท่าใด ไม่มีใครทราบได้แน่นอนพอจะมีเค้าตามคำบอกเล่าอันเกี่ยวโยงถึง หลวงพ่อวัดบ้านแหลมจังหวัดสมุทรสงครามและหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการว่า เป็นพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาด้วยกัน และเป็นพระพี่น้องกันและชาวบ้านแหลมได้อัญเชิญหลวงพ่อวัดบ้านแหลมขึ้นจากน้ำ เมื่อ พ.ศ.2313 จึงคาดคะเนเอาว่าหลวงพ่อก็คงมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรราว พ.ศ.2313 หรือก่อนนั้นก็ไม่แน่นัก
ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโสธรนี้มีผู้เล่าสืบ ๆ กันมาหลายกระแส ได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่หลายคน ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ได้รับฟังมาจากบรรพบุรุษเล่าให้ฟังต้องกันว่า “หลวงพ่อโสธร” ลอยน้ำมาตามคำว่า มีพระพี่น้องชายกัน 3 องค์ อยู่ทางเมืองเหนือแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ล่องลอยมาตามแม่น้ำจากทางทิศเหนือ เรื่อยมาจามลำแม่น้ำเจ้าพระยา ในที่สุดมาผุดขึ้นใน แม่น้ำบางปะกง ณ ที่ตำบลหนึ่ง และแสดงปาฏิหารย์ลอยทวนกระแสน้ำให้ประชาชนเห็นทั้ง 3 องค์ ประชาชนแถบนั้นต่างพร้อมใจกันอาราธนาเอาเชือกพรวนมนิลาลงไปผูกมัดที่องค์ หลวงพ่อทั้ง 3 แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้นฝั่งด้วยจำนวนผู้คนประมาณ 500 กว่าคนก็ฉุดขึ้นไม่ได้ เชือกขนาดใหญ่ที่ผูกองค์หลวงพ่อทั้ง 3 ก็ขาดฉุดไม่สำเร็จตามความประสงค์ ครั้นแล้วหลวงพ่อทั้งสามองค์ก็จมน้ำหายไปต่อหน้าคนทั้งหมด สถานที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ได้ลอยทวนน้ำมานั้นเลยได้ชื่อว่า “ตำบลสามพระทวน” แต่ต่อมากลับเรียกว่า สัมปทวน ได้แก่แม่น้ำหน้าวัดสมปทวน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้
ต่อจากนั้นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ก็ล่องลอยตามแม่น้ำบางปะกง เลยผ่านหน้าวัดโสธรไปถึงคุ้งน้ำใต้วัดโสธร แสดงอภินิหารผุดขึ้นให้ชาวบ้านบางนั้นเห็น ชาวบ้านได้ช่วยกันอาราธนาฉุดขึ้นฝั่งทำนองเดียวกันกับชาวสัมปทวน แต่ก็ไม่สำเร็จหมู่บ้านบางนั้นจึงได้ชื่อว่า บางพระ มาจนทุกวันนี้ จากนั้นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ก็ล่องลอยทวนน้ำขึ้นมาถึงและลอยวนอยู่ที่หัวเลี้ยว ตรงกองพันทหารช่างที่ 2 ปัจจุบัน สถานที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์มาลอยวนอยู่นั้นจึงเรียกกันว่า แหลมหัววน และได้จมน้ำหายไปหลังจากนั้นพระพุทธรูปองค์พี่ใหญ่ ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ ล่อยลอยไปผุดขึ้นที่ลำน้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ประชาชนชาวประมงอาราธนาขึ้นได้ และประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญอยู่ที่วัดบ้านแหลมเราเรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ทุกวันนี้เป็นที่บูชานับถือกันว่าเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ทัดเทียมกับหลวงพ่อโสธร ส่วนองค์สุดท้องได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ลอยล่องไปผุดขึ้นที่ปากคลองสำโรง ชาวบ้านแถบนั้นได้อาราธนาขึ้นแพใช้เรือพายลายจูง ทั้งอธิษฐานว่าจะขึ้นเป็นมิ่งขวัญที่ใด ก็ขอให้แพนั้นจงหยุดอยู่กับที่ แล้วล่องมาตามลำคลองแพนั้นก็มาหยุดอยู่หน้าวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ชาวบางพลีก็ได้อาราธนาอัญเชิญขึ้นประดิษฐานอยู่ทีวัดบางพลีใหญ่ใน ก็ปรากฏว่ามีผู้คนเคารพเลื่อมใสมากมายทัดเทียมกับหลวงพ่อวัดบ้านแหลม และหลวงพ่อโสธร ส่วนพระพุทธรูปองค์กลาง คือ หลวงพ่อโสธร เมื่อลอยตามน้ำมาจากหัววนดังกล่าวแล้ว ก็มาผุดขึ้นที่ท่าหน้าวัดโสธร
กล่าวกันว่าประชาชนจำนวนมากทำการฉุดลากขึ้นโดยได้มีอาจารย์ผู้มีความรู้ทาง ไสยศาสตร์กระทำตามพิธีการอันถูกต้อง แล้วเอาด้านสายสิญจน์คล้องกับพระหัตถ์หลวงพ่อโสธรอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง นำมาประดิษฐานในวิหารสำเร็จตามความประสงค์ แล้วก็จัดให้มีการฉลองสมโภช และให้นามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อโสธร องค์หลวงพ่อโสธรจริง ๆ นั้นในสมัยที่ลองลอยน้ำมาเดิม เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิเพชร หน้าตักกว้างประมาณ 1 ศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก
ต่อมาพระสงฆ์ในวัดเห็นว่ากาลต่อไปภายหน้าฝูงคนที่มีตัณหาและความโลภแรงกล้า มีอัธยาศัยเป็นบาปลามกไม่มีความศรัทธาเลื่อมใส จักนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวจะไม่เป็นการปลอดภัย จึงพอกปูนเสริมให้ใหญ่หุ้มองค์จริงไว้ภายในดังปรากฏที่เห็นในปัจจุบันนี้
สถานที่วัดโสธรตั้งอยู่เดิมภายแรกนั้น ทางบกเป็นป่ามีหมู่บ้านคนน้อยมาก การคมนาคมไม่ค่อยสะดวก เมื่อหลวงพ่อโสธรมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรแล้ว ประชาชนชาวเรือนับถือว่า ถ้าได้บอกขอต่อหลวงพ่อโสธรแล้ว สินค้าก็ซื้อง่ายขายคล่องเป็นเทน้ำเทท่า เรือแพที่ผ่านไปมาในแม่น้ำพอถึงที่ตรงกับโบสถ์หลวงพ่อโสธรแล้ว ผู้ที่นิยมนับถือและเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ก็วักเอาน้ำในแม่น้ำซึ่งนับถือว่าเป็นน้ำมนต์หลวงพ่อดื่มบ้าง ลูบศีรษะบ้าง ล้างหน้าประพรมเรือสินค้าในเรือ ดังได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ครั้นต่อมาการคมนาคมทางบกสะดวกขึ้น จึงมีผู้คนไปนมัสการหลวงพ่อกันมากขึ้น ผู้ใดเจ็บป่วยก็มาขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อโสธร และก็ได้รับสมความปรารถนาเป็นส่วนมาก กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรได้แผ่ไพศาลไปในถิ่นต่าง ๆ มูลเหตุที่มีงานสมโภชนั้น
เล่ากันว่า สมัยหนึ่งบ้านโสธรเกิดข้าวยากหมากแพง ฝนแล้งข้าวกล้าในนาเหี่ยวแห้งตาย สัตว์พาหนะเกิดโรคระบาด ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นโรคฝีดาษล้มเจ็บลงตามกัน ผู้ที่พอหนีได้ก็ทิ้งสมบัติบ้านเรือนหนีเอาตัวรอด ผู้ที่ป่วยไปไม่ไหวก็นอนรอวันตายของตนอยู่ ในกาลนั้นยังมีบุรุษหัวหน้าครอบครัว ๆ หนึ่งก็ได้เป็นโรคนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนที่พอจะเป็นที่พึ่งกันได้ ก็เลยหันหน้าเข้าพึ่งสรณะนมัสการอธิษฐานบนบานขอความคุ้มครองรักษาจากหลวงพ่อ โสธรในวิหาร รับเอายาดีของหลวงพ่อโสธรมา 3 อย่าง คือ ขี้ธูป 1 ดอกไม้เหี่ยวแห้งที่บูชาแล้ว 1 และน้ำมนต์จากหลวงพ่อโสธร 1 เอามาต้มกินทาอาบทั่วสรรพางค์กาย ปรากฏว่าได้ผลสมปรารถนา โรคภัยต่าง ๆ หายเป็นปกติด้วยความดีใจที่โรคหายสมประสงค์จึงจัดให้มีการสมโภชแก้บนถวาย หลวงพ่อแต่นั้นมา กิติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ก็แพร่ไปทั่วในถิ่นต่าง ๆ กว้างขวางมากยิ่งขึ้นจนเป็นที่เลื่องลือนับถือบูชาว่าหลวงพ่อโสธรศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดปรารถนาสิ่งใดที่ชอบธรรม ท่านก็ประสิทธิ์ประสาทให้สมประสงค์ การสมโภชแก้บนจึงมีขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
มีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับหลวงพ่อโสธร ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อคราวเสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. 2451 ไว้ดังนี้
“กลับมาแวะวัดโสธร” ซึ่งกรมหลวงดำรงคิดจะแปลว่า ยโสธรจะให้เกี่ยวข้องแก่การที่ได้สร้าง เมื่อเสด็จกลับจากการไปตีเขมร แผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถ หรือเมื่อใดนั้นเป็นที่สงสัยด้วยเห็นไม่ถนัด พระพุทธรูปทำด้วยศิลาแลงทั้งนั้น องค์ที่สำคัญว่าเป็นหมดดีนั้น คือ องค์ที่อยู่กลาง ดูรูปตักและเอวงามเป็นทำนองเดียวกันกับพระพุทธรูปเทวปฏิมากร แต่ตอนบนกลายเป็นด้วยฝีมือผู้ปั้นไปว่า ลอยน้ำมาก็เป็นความจริงเพราะเป็นศิลาคงจะไม่ได้ทำในที่นี้”
อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร มีมากเหลือที่จะเล่าสู่กันฟังให้หมดได้ เพราะหลวงพ่อโสธรเปรียบเสมือนเป็นต้นโพธิ์ไทรอันใหญ่ ให้สรรพสัตว์ได้พำนักอาศัย หลวงพ่อโสธรเป็น ร่มใหญ่กางกั้นสรรพภัยอันตราย ความเดือดร้อนลำเค็ญให้สรรพสัตว์ได้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นแพทย์วิเศษพยาบาลผู้อาพาธให้หายขาดไม่กลับคืน เป็นสรณะที่พึ่งพิงของหมู่บริษัทที่ถูกภัยคุกคามเป็นนิธิบ่อบุญกุศลของทายก ทายิกาผู้ใฝ่หาบุญกุศลเป็นหมอดูพยากรณ์ทายโชคชะตาวาสนาทั้งอดีต อนาคต ปัจจุบัน ให้ทุกท่านผู้ต้องการทราบหลวงพ่อเป็นสัพพัญญูสำเร็จวิชาทุกอย่างทั้งทางโลก และทางธรรม เป็นบรมครูของเทวดาและมนุษย์ไม่มีผู้ใดยิ่งไปกว่าหลวงพ่อ

งานนมัสการหลวงพ่อโสธร

หลวงพ่อโสธรเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนพุทธบริษัททั้งใกล้และไกลเป็นที่นับถือ และที่ผู้ไปนมัสการไม่ขาด ทางวัดจึงจัดให้มีงานเทศกาลฉลององค์หลวงพ่อปีหนึ่งมีสองครั้ง คือ
1. งานเดือน 5 เรียกว่างานกลางเดือน 5 เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 14-15 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 รวม 3 วัน
2. งานเดือน 12 เรียกว่างานกลางเดือน 12 เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 รวม 5 วัน

ออฟไลน์ chettsongpra

  • Honda 125 CC.
  • *
  • กระทู้: 28
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 50.0.2661.102 Chrome 50.0.2661.102
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #202 เมื่อ: 01 มิ.ย. 2016, 17:03:04 »
+++พระสมเด็จบางขุนพรหม ปี17 (องค์4)พิมพ์ 5จุดนิยมสุดหลังเห็นตราชัดเจน สวยเดิมๆ+กล่องเดิม

+++พระบางขุนพรหม ปี2517
สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ในปีที่ 101 แห่งการมรณรภาพของท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พิธีพุทธาภิเษกจัดเป็นพิธีใหญ่ เมื่อวันที่26 ตุลาคม 2517 โดยมีพระคณาจารย์ร่วมพิธีพุทธาภิเษกรวม 37 รูป เช่น หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อเนื่อง หลวงพ่อแพ หลวงพ่อถิร หลวงปู่เทียม พระอาจารย์นอง เป็นต้นเนื้อพระละเอียดผสมแก่น้ำมันตังอิ๊ว มีส่วนน้อยที่เป็นผงขาว การกดพิมพ์พระมีทั้งตัดข้างด้วยมือและกดด้วยเครื่อง ด้านหลังองค์พระมีทั้วเรียบและหลังลายผ้า มีตรายางประทับไว้เป็นสีน้ำเงินเป็นรูปพระเจดีย์ ช่างผู้แกะบล็อกแม่พิมพ์ก็คือช่างเกษม มงคลเจริญ พระทุกพิมพ์จะมีฝากรอบเป็นแผ่นทองเหลือง มีขาหยั่งเป็นตัวกำหนดความหนาขององค์พระฉะนั้นเรื่องของความหนาบางจึงค่อนข้างเป็นเรื่องที่มีมาตรฐาน ด้านข้างมีทั้งปรากฏรอยตัดและเรียบด้านหลังปรากฎสองลักษณะคือหลังเรียบและหลังลายผ้า
จำนวนพิมพ์ที่สร้าง 13 พิมพ์ คือ
1.พิมพ์ใหญ่
2.พิมพ์เส้นด้าย
3.พิมพ์ทรงเจดีย์
4.พิมพ์เกศบัวตูม
5.พิมพ์สังฆาฎิ
6.พิมพ์ปรกโพธิ์
7.พิมพ์ฐานคู่
8.พิมพ์ฐานแซม
9.พิมพ์อกครุฑ
10.พิมพ์คะแนน
11.พิมพ์จันทร์ลอย
12.พิมพ์ไสยาสน์
13.พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต
จำนวนการสร้างประมาณ 40,000 กว่าองค์

++++พระสมเด็จบางขุนพรหม ปี17พิมพ์ใหญ่ 5 จุดนิยมสุด องค์นี้สวยเดิมๆคราบแป้งเดิมๆพร้อมกล่องเดิมด้วยครับ มาเดิมๆสุดๆ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
1. พิมพ์ใหญ่ หมายถึง ผู้ที่มีไว้บูชา จะได้เป็นใหญ่ เป็นโต
2 .พิมพ์เส้นด้าย หมายถึง คำว่าด้าย ก็คือ ได้ จะมีแต่คำว่าได้เสมอ หรือจะได้ดิบได้ดี
3 พิมพ์ฐานคู่ หมายถึง ความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ของชีวิตและการงาน
4 พิมพ์ฐานแซม หมายถึง ช่วยส่งเสริมหรือพยุง ฐานะ หรือเพิ่มพูนฐานะให้สูงๆขึ้นไป
5 พิมพ์เจดีย์ หมายถึง มีคนยกย่องบูชา นับถือ กราบไหว้
6 พิมพ์เกศบัวตูม หมายถึง ความเป็นผู้มีสติ ปัญญา เฉลียวฉลาด สามารถแก้ปัญหาได้
7 พิมพ์สังฆาฏิ หมายถึง ความอบอุ่น ในชีวิตและทรัพย์สิน
8 พิมพ์ปรกโพธิ์ หมายถึง ความร่มเย็น เป็นสุขในชีวิติ
9 พิมพ์อกครุฑ หมายถึง ความมีอำนาจ วาสนา
10 พิมพ์ไสยาสน์ หมายถึง ความสงบ ความสุข ความสบายในชีวิต
11 พิมพ์จันทร์ลอย หมายถึง ความมีเสน่ห์ เมตตา มหานิยม
12 พิมพ์คะแนน หมายถึง การได้เพิ่มในสิ่งที่ต้องการ อยู่เสมอ

ออฟไลน์ chettsongpra

  • Honda 125 CC.
  • *
  • กระทู้: 28
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 52.0.2743.82 Chrome 52.0.2743.82
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #203 เมื่อ: 24 ก.ค. 2016, 19:07:59 »
พระร่วงเปิดโลก พิมพ์เล็ก เนื้อดิน กรุเตาทุเรียงสุโขทัย(องค์3)

เป็นพระเนื้อดิน ค่อนข้างหยาบ บางองค์เนื้อแกร่งมาก ขุดพบครั้งแรกที่บริเวณเตาเผา ที่ใช้เป็นที่สำหรับเผาทำเครื่องสังคโลกในยุคนั้น ซึ่งเรียกกันว่า "เตาทุเรียง" ซึ่งมีอายุประมาณ 700 กว่าปี ล่วงมาแล้ว พระร่วงยืนเปิดโลก ที่กรุเตาทุเรียงแห่งนี้ มีพบแต่เพียงเนื้อดิน ข้อมูลทางโบราณคดีนั้น สันนิษฐาณว่าเมื่อสร้างแล้ว จึงนำมาเผาที่ เตาทุเรียงแห่งนี้ แต่มิได้เคลือบน้ำยาแบบเครื่องสังคโลกทั่วไป ลักษณะเนื้อหาจึงแลดูคล้ายดินดิบ พระร่วงยืนเปิดโลก กรุเตาทุเรียงนี้มีด้วยกันหลายสี เช่น สีแดงเหลือง (สีหม้อใหม่) สีเขียวมอย(สีเขียวอมเทา) และยังมีสีน้ำตาลเข้มถึงสีดำด้วย

+++พุทธลักษณะ พระยืนพิมพ์ปางเปิดโลกที่ขุดพบ ปรากฏใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ค่อนข้างกลม ดวงตาเป็นเส้นเรียว จมูกค่อนข้างแบน ริมฝีปากเป็นเส้นบาง มีลักษณะยิ้มน้อยๆ องค์พระค่อนไปทางสูงชะลูด แขนทั้งสองข้างเหยียดตรง ผายออกขนาบข้างองค์พระ ดูคล้ายแบฝ่ามือออกไปข้างหน้า อกผึ่งผายสง่างาม ยืนบนฐานรองรูปทรงสี่เหลี่ยม ตำนานทางพุทธประวัติ... ในครั้งนั้นเมื่อครบกำหนด 3 เดือน ที่องค์พระสัมพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปจำพรรษาโปรดพุทธมารดา จึงเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระพุทธองค์ทรงทำโลกวิวรณปาฏิหาริย์ คือ ทรงเปิดโลกทั้ง 3 อันได้แก่ เทวโลก ยมโลก และมนุษยโลก ให้มองเห็นถึงกันหมดด้วยพุทธานุภาพ เหล่าเทวดาในสวรรค์มองเห็นมนุษย์และสัตว์นรก มนุษย์มองเห็นเทวดาและสัตว์นรก สัตว์นรกมองเห็นมนุษย์และเทวดา แล้วจึงเสด็จลีลาลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สู่สังกัสสนคร ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ศรัทธาและความเชื่อ... พุทธคุณนั้นคนโบร่ำโบราณศรัทธากันว่า ดีทางโภคทรัพย์ ความเจริญก้าวหน้าและเมตตาฯ ปางเปิดโลกนั้นยังมีความหมายถึง การเปิดเพื่อรับโชคลาภและสิ่งดีๆต่างๆเข้ามาในชีวิตอีกด้วยครับ

ออฟไลน์ chettsongpra

  • Honda 125 CC.
  • *
  • กระทู้: 28
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 52.0.2743.82 Chrome 52.0.2743.82
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #204 เมื่อ: 24 ก.ค. 2016, 19:09:19 »
หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก(องค์3) พิมพ์เม็ดบัว เนื้อผงใบลาน

หลวงพ่อพริ้งเกจิสุดขลังเมืองกรุง ยุคสงครามโลกครั้งที่2 เป็นพระเกจิ1ใน5องค์ที่ถูกนิมนต์ให้ปลุกเสกพระรอดละโว้เช่นเดียวกัพ่อเดิม วัดหนองโพและเป็ฯ1ในอาจารย์เสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อาคมท่านขลัง บารมีสูงเกร่งด้วยญาณสมาธิ สามรถครองครองปั้นเหน่งแม่นาค ต่อจากพุทธจารย์โตภายหลังมอบให้เสด็จเตี่ยเป้นผู้ครองครอง เรื่องอาคมพ่อพริ้ง ท่านของจริงครับ เสด็จเตี่ยมั่นใจบารมีอาคมท่านมาก จนมอบตราประจำพระองค์ให้พ่อพริ้งสร้างเป้นพระเครื่อง ในยุคบ้านเมืองระสำระสาย ด้วยไฟแห่งสงคราม ชาวบ้านตลอดจนถึงเชื้อพระวงศ์ก็มาพึ่งบารมีท่านให้ปัดเป่าเพศภัย เรื่องพุทธคุณ อาคมท่าน เป็นที่ประจักษ์่ต่อสายตาชาวบ้านในระแวกวัดจนเป้ฯที่ยอมรับ ขนาดฉนวนโลหะที่ท่านปลุกเสก หลอมด้วยไฟแรงสูง ยังดื้อไฟไม่ยอมละลาย ต่างได้รับการยอมรับต่อพระเกจิในยุคเดียวกัน

ออฟไลน์ chettsongpra

  • Honda 125 CC.
  • *
  • กระทู้: 28
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 52.0.2743.82 Chrome 52.0.2743.82
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #205 เมื่อ: 24 ก.ค. 2016, 19:10:47 »
เหรียญพระแก้วมรกต เนื้ออัลปาก้า(เหรียญ7) ฉลอง150ปี กรุงรัตนโกสินทร์ปี2475 พิธีใหญ่

รายนามพระเกจิอาจารย์ ที่ร่วมพิธี พระแก้วมรกตปี 2475

1.พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิตร
2. สมเด็จพระวันรัต ( แพ ติสสเทโว ) วัดสุทัศน์
3. พระโพธิวงศาจารย์(นวม) วัดอนงคาราม
4. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เข้ม) วัดโพธิ์
5. หลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม ฉะเชิงเทรา
6. หลวงพ่อเข้ม วัดม่วง ราชบุรี
7. หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว
8. หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู ลพบุรี
9. หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง อุบลฯ
10. หลวงพ่อเปี้ยน วัดโพธิราม สุพรรณบุรี
11. หลวงพ่อกรัก วัดอัมพวัน ลพบุรี
12. เจ้าคุณอุบาลี สิริจันโท วัดบรมนิวาส
13. หลวงพ่อช่วง วัดปากน้ำ สุมทรสงคราม
14. หลวงพ่อแฉ่ง วัดพิกุลเงิน นนทบุรี
15. หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่
16. หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก
17. หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง อยุธยา
18. หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย สระบุรี
19. หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง
20. หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ นครสวรรค์
21. หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม สุมทรสงคราม
22. หลวงพ่อลา วัดโพธิ์ศรี สิงห์บุรี
23. หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ กาญจนบุรี
24. หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ชลบุรี
25. หลวงพ่อทอง วัดเขากบ นครสวรรค์
26. หลวงพ่อคง วัดท่าหลวงพล ราชบุรี
27. หลวงพ่อสอน วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
28. หลวงพ่อคง วัดบางกะพร้อม สุมทรสงคราม
29. หลวงพ่อชม วัดพุทไธสวรรค์ อยุธยา
30. หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สุมทรสงคราม
31. หลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน นครสวรรค์
32. หลวงพ่อคง วัดใหม่บำเพ็ญบุญ
33. หลวงพ่อญัติ วัดสายไหม ปทุมธานี
34. หลวงพ่อพร วัดดอนเมือง
35. หลวงพ่อเผือก วัดกิ่งแก้ว
36. หลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์ สิงห์บุรี
37. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา
38. หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา
39. หลวงพ่อพิธ วัดฆะฆัง พิจิตร
40. หลวงพ่อจันทร์ วัดบ้านยาง ราชบุรี
41. หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ
42. หลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก
43. หลวงพ่อสนธิ์ วัดสุทัศน์


จากใบประกาศบอกบุญในการปฏิสังขรณ์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พ.ศ.2473 บ่งบอก ให้ทราบว่า การดำเนินการจัดสร้างเหรียญพระแก้วมรกตนั้น มีการดำเนินการ ในช่วงระยะก่อน จะทำการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ และได้เปิดให้ประชาชน ได้ร่วมสมทบทุนร่วม บูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในปี พ.ศ.2473 ดังปรากฏข้อความ ในใบประกาศบอกบุญว่า
โดยให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติจัดพนักงานรับเรี่ยไร โดยมีใบเสร็จ และเหรียญพระแก้วตอบแทน เป็นที่ระลึก ตามชั้นและจำนวนเงินที่บริจาค ดังต่อไปนี้
1. ผู้บริจาค ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป พระราชทานเหรียญพระแก้วทองคำ
2. ผู้บริจาค ตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป พระราชทานเหรียญพระแก้วเงิน
3. ผู้บริจาค ตั้งแต่ 5 บาทขึ้นไป พระราชทานเหรียญพระแก้วทองขาว (นิเกิล)
4. ผู้บริจาค ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป พระราชทานเหรียญพระแก้วทองแดง.......

อย่างไรก็ตามประกาศระเบียบการรับเงินเรี่ยไรการปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หอรัษฏากรพิพัฒน์ 16 กันยายน พ.ศ.2473 ยังได้กล่าวไว้ว่า
ผู้บริจาค ตั้งแต่ 5 บาทขึ้นไป กรรมการจะได้รวบรวมรายนามประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เป็นคราวๆ

ออฟไลน์ chettsongpra

  • Honda 125 CC.
  • *
  • กระทู้: 28
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 52.0.2743.82 Chrome 52.0.2743.82
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #206 เมื่อ: 24 ก.ค. 2016, 19:12:07 »
รูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อแช่ม วัดฉลองพิมพ์หลังเลขหนึ่ง ปี12บล็อคไม่มีเล็บ ยาขัดแดงๆ

วัตถุมงคลของวัดฉลองในปี 2512 นั้น พ่อท่านเกลื้อมเป็นประธานจัดงาน ใช้กรรมการชุดเดิม โดยในปี 2512 นั้น ท่านจะเน้นพระรูปหล่อซึ่งมี 2 ลักษณะ คือลักษณะแขนทะลุ (หล่อที่วัด) และลักษณะหลังเลข 1 (ปั๊มโรงงาน) สำหรับชาวภูเก็ตถือว่าพระรูปหล่อรูปเหมือนนั้นเป็นสุดยอดวัตถุมงคลที่มีมวลสารในยุคของหลวงพ่อแช่ม และหลวงพ่อช่วง อดีตเจ้าอาวาสวัดฉลองเป็นส่วนผสมด้วย อีกทั้งพระอาจารย์นำ วัดดอนศาลาเป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ และมี ดร.ไมตรี บุญสูง เป็นประธานฝ่ายฆราวาสและพิธีฝ่ายพราหมณ์อีกด้วย นอกจากนี้ยัง ได้นิมนต์เกจิที่ถือว่าเป็นสุดยอดของภาคใต้ในขณะนั้นมาร่วมพิธีปลุกเสกด้วยเช่น หลวงพ่อแสง แห่งวัดคลองน้ำเจ็ด อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ อาจารย์ปาล วัดเขาอ้อ หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน จ.ลำปาง ฯลฯ โดยพระที่สร้างมีทั้งรูปหล่อพิมพ์แขนทะลุ รูปเหมือนปั๊มรุ่นแรก หลังเลข ๑ พระเนื้อว่าน พิมพ์ต่าง ๆ และเหรียญหลวงพ่อแช่ม จำนวนมาก ส่วนเรื่องประสบการณ์สำหรับพระรุ่นนี้ ชาวภูเก็ตและคนใต้ต่างรู้ดีว่าครบเครื่องครับ

ออฟไลน์ C

  • 2300 CC.
  • ******
  • กระทู้: 1,770
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 51.0.2704.103 Chrome 51.0.2704.103
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #207 เมื่อ: 29 ก.ค. 2016, 16:20:37 »
 monkey47

สวย งาม ทุกองค์ เลย ขอบคุณนะครับที่ให้ ชมเป็น บุญตา

ออฟไลน์ C

  • 2300 CC.
  • ******
  • กระทู้: 1,770
  • OS:
  • Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
  • Browser:
  • Chrome 52.0.2743.116 Chrome 52.0.2743.116
Re: ชมรมพระเครื่อง 9802 club.
« ตอบกลับ #208 เมื่อ: 09 ก.ย. 2016, 16:41:31 »
สวัสดี ชาวพระเครือง 9802 ขอให้ได้พระสวย ๆ แท้ ๆ กันทุกท่านนะครับ
ใครมีเก็บพระ สวยสวย เอามาโชว์บ้างนะครับ
ขอบคุณคราบบบบบบ   monkey46

 

ไฟซีนอน Xenon LED ไฟโปรเจคเตอร์